วันพุธที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2552

การทำรีเอ็นจิเนียริ่ง
ขั้นที่3 การชี้ให้เห็นถึงกระบวนการหลักของการบริหารงค์การ
1.วิธีการทำรีเอ็นจิเนียริ่ง(Reengineering Method)มีวิธีการดังนี้

1.1 ศึกษารูปแบบกระบวนการทำงานให้เข้าใจ(Understanding Process)โดยการมอบหมายงานให้ผู้เกี่ยวข้องที่เข่าใจในงาน ซึงมีผู้ที่กี่ยวข้องกับการทำรีเอ็นจิเนียริ่ง ได้แก่
(1)ผู้นำ (Leader) คือ บุคคลที่มาจากการเลือกตั้งหรือแต่งตั้ง หรือการยกย่องขึ้นมาของกลุ่ม เพื่อให้ทำหน้าที่เป็นผู้ชี้แนะและช่วยเหลือให้กลุ่มประสบความสำเร็จตามเป้าหมายที่ตั้งไว้
(2)ผู้เป็นเจ้าของกระบวนการ(Process Owner)ผู้จัดการที่มีความรับผิดชอบในกระบวนการทำงานที่จะให้มีการทำรีเอ็นจิเนียริ่งโดยทำหน้าที่ประสานงานพร้อมทั้งรับผิดชอบในการปฏิบัติงานของทีม
(3)ทีมงานรีเอ็นจิเนียริ่ง(Reengineering Teamm)ทีมทำงานของพนักงานซึ่งตกลงใจ ร่วมกันทำรีเอ็นจิเนียริ่ง ซึ่งประกอบด้วยบุคคล 2 ฝ่าย คือ คนวงใน(Insiders),คนวงนอก(Outsiders)
(4)คณะกรรมการผู้ชี้นำ(Steering Committe)
บทบาทหน้าที่ของคณะกรรมการผู้ชี้นำคือ
1. จัดการให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ ข้อบังคับของธนาคาร และมติของที่ประชุม ผู้ถือหุ้นกำกับดูแลการดำเนินกิจการทั้งหลาย
2. คณะกรรมการจะต้องประชุมอย่างน้อยเดือนละหนึ่งครั้ง และต้องมีกรรมการมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการทั้งหมด และให้ถือเสียงข้างมากเป็นมติของที่ประชุม
3. คณะกรรมการต้องจัดให้มีการประชุมผู้ถือหุ้นเป็นการประชุมสามัญประจำปีภายในสี่เดือน ส่วนการประชุมผู้ถือหุ้นคราวอื่นๆ นอกจากที่กล่าว เรียกว่า การประชุมวิสามัญ ซึ่งกรรมการจะเรียกประชุมวิสามัญเมื่อไรก็ได้ สุดแต่จะเห็นสมควร หรือคณะกรรมการจัดให้มีการประชุมวิสามัญ
4. ในจำนวนกรรมการ แม้ตำแหน่งจะว่างไปบ้าง กรรมการที่เหลืออยู่ย่อมทำกิจการได้
5. ปฏิบัติตามข้อพึงปฏิบัติที่ดีสำหรับกรรมการบริษัทจดทะเบียน (Code of Best Practice of Directors of Listed Companies)
(5)ผู้มีอำนาจทำรีเอ็นจิเนียริ่ง(Reengineering CZar)ผู้รับผิดชอบในการดูแลด้านเทคนิคในการรีเอ็นจิริ่งเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ตามที่ตั้งไว้
2. การจัดรูปแบบกระบวนการทำงานใหม่(Reengineering Process)แบ่งออกเป็น 3 วิธีคือ
(2.1) การใช้วิธีการทำรีเอ็นจิเนียริ่งที่ถูกต้อง
(2.2) การใช้ประโยชน์ของเทคโนโลยีสารสนเทศอย่างเต็มที่
(2.3)การใช้เทคนิคในการทำรีเอ็นจิเนียริ่ง มีดังนี้บทบาทและความเข้าใจของผู้บริหารระดับสูง
อย่าพยายามทำรีเอ็นจิเนียริ่ง เมื่อประธานกรรมการบริหารเหลือเวลาอีก 2 ปี ก่อนเกษียน
อย่าพยายามยึดแน่นกับกระบวนการเดียวแต่ควรมีการเปลี่ยนแปลง
อย่าพยายามทำรีเอ็นจิเนียริ่งให้เกิดขึ้นจากระดับล่างขึ้นสู่ระดับบน
อย่าล้มเหลวในการแยกความแตกต่างของการรีเอ็นจิเนียริ่ง
มอบหมายงานให้บุคคลที่เข้าในการรีเอ็นจิเนียริ่งอย่าสงแท้จริง
ต้องใช้ความรู้ความสามารถไม่ไช่โชคช่วยต้องรู้กฏเกณฑ์
ไม่สนใจต่อค่านิยมและความเชื่ของประชาชน
อย่าถอยกลับเมื่อคนต่อต้านการเปลี่ยนแปลงจากการทำรีเนจิเนียริ่ง
อย่าท้อถอยหมดความพยายาม

วันจันทร์ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2551



ภูเขาฟูจิ (「富士山」 Fuji-san – ฟุจิซัง?) เป็นภูเขาที่สูงที่สุดในประเทศญี่ปุ่น ราว 3,776 เมตร (12,388 ฟุต) ตั้งอยู่บริเวณจังหวัดชิซึโอะกะ และจังหวัดยะมะนะชิ ซึ่งอยู่ทางตะวันตกของจังหวัดโตเกียว โดยในวันที่อากาศแจ่มใสสามารถมองเห็นจากโตเกียวได้ ในปัจจุบันภูเขาได้ถูกจัดโดยนักวิทยาศาสตร์อยู่ในลักษณะของภูเขาไฟที่มีโอกาสปะทุต่ำ โดยภูเขาไฟระเบิดครั้งล่าสุดในปี พ.ศ. 2250 (ค.ศ. 1707) ใน ยุคเอโดะ
ภูเขาฟูจิ มีชื่อในภาษาญี่ปุ่นว่า "ฟุจิซัง" ซึ่งในหนังสือในสมัยก่อนจะถูกเข้าใจผิดเรียกว่า ฟุจิยะมะ (ฟูจิยาม่า) เนื่องจากตัวอักษรคันจิตัวที่ 3 (山) ที่สามารถอ่านได้สองแบบ ทั้ง ยะมะ และ ซัง
ประวัติ
เชื่อว่ามีผู้ปีนเขาฟูจี ครั้งแรกเมื่อ พ.ศ. 1206 โดยนักบวชท่านหนึ่ง และในช่วงระหว่างนั้นจนถึงยุคเมจิ ภูเขาฟูจิได้ชื่อว่าเป็นภูเขาศักดิ์สิทธิ์ซึ่งห้ามผู้หญิงขึ้นเขา โดยในปัจจุบันภูเขาฟูจิเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญแห่งหนึ่งของประเทศญี่ปุ่น ภูเขาฟูจิได้เป็นสัญลักษณ์อย่างหนึ่งของญี่ปุ่น ซึ่งจะเห็นได้จากในงานเขียนหรือภาพวาดต่างๆ โดยเฉพาะภาพวาดของ โฮะกุไซ ที่มีให้เห็นในวรรณกรรมญี่ปุ่นและกาพย์กลอนที่สำคัญมากมาย
ภูเขาฟูจิยังเป็นฐานทัพของซามูไรต่างๆมากมายจากยุคอดีต เป็นที่ฝึกฝน ซึ่งในปัจจุบัน ฐานทัพหนึ่งของกองทหารญี่ปุ่นตั้งอยู่บริเวณตีนเขาฟูจิ
ความสูง 3,776 เมตร (12,388 ฟุต)
สถานที่ตั้ง ภูมิภาคจูบุ,ฮนชู,ประเทศญี่ปุ่น
พิกัดภูมิศาสตร์ 35°21′28.8″N, 138°43′51.6″Eพิกัดภูมิศาสตร์: 35°21′28.8″N, 138°43′51.6″E
ประเภท กรวยภูเขาไฟสลับชั้น
ระเบิดครั้งล่าสุด พ.ศ. 2250 (ค.ศ. 1707)
ผู้ใต่ถึงยอดเป็นคนแรก ในปี พ.ศ. 1206 โดยพระองค์หนึ่ง
วิธีใต่เขาที่ง่ายที่สุด เดิน

วันจันทร์ที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551



VCD (Video Compact Disc)




·ก็คือแผ่นที่บรรจุภาพยนต์ลงไปโดยจะใช้ 2 แผ่นต่อเรื่อง คงจะมีมากเป็นอันดับ 2 ในท้องตลาด รองจาก CD Audio และก็คงพอหาได้ตามร้านเกี่ยวกับวิดีโอหรือเครื่องเสียงใหญ่ ๆ อุปกรณ์ที่ใช้เปิดหลักก็คือเครื่องเล่น VCD ซึ่งคอมพิวเตอร์รุ่นตั้งแต่ น้อยกว่า 1 ปีจะสามารถเปิดดูได้เช่นกันโดยผ่าน CD ROM drive แล้วตอนนี้ก็มีอุปกรณ์แปลงสันญานราคาประมาณ 4-5,000 บาท มาใช้ต่อพ่วงกับ เครื่องเล่น CD เพลงแล้วต่อกับทีวีก็สามารถดูได้เช่นกัน แต่การซื้อก็ขอให้พิจารณาให้ถี่ถ้วนก่อนนะครับด้านนอกเคลือบสารไวต่อแสงให้ราบเรียบเป็นเงาใส เพื่อเป็นเกาะป้องกันไม่ให้หลุมสัญญาณชำรุดเสียหาย ไม่มีรอยขุดขีดและเป็นสื่อสะท้อนกลับที่ดีเมื่อเปิดเล่น ข้อมูลภายในถูกบันทึกด้วยลำแสงเลเซอร์ทำให้เป็นหลุมมีร่องของสัญญาณ และจะมีผลต่อการอ่านของหัวเมื่อเปิดเล่น





การเก็บข้อมูลของแผ่น CD
ส่วนที่1 อยู่ด้านในสุดมีพื้นที่เพียงเล็กน้อย สำหรับเก็บสัญญาณ LEAD IN หรือ TOC ในวงนี้เหมือนเป็นยามรักษาการณ์ที่จะให้ผ่านเข้าไปได้หรือไม่ และเป็นตัวแนะนำให้รายละเอียด ข้อมูลต่างๆภายในแผ่น ว่าเป็นหนังหรือเพลงและมีกี่แทรกบอกจำนวนเพลง คล้ายๆสารบัญของหนังสือ แผ่น CD บางชนิดมีการใส่โค๊ดหรือรหัสลับของผู้ผลิตเพื่อป้องกันการละเมิดลิขสิทธิ์ ในส่วนนี้จะสำคัญมากจึงสังเกตเห็นว่าตอนเปิดเล่นหัวจะเริ่มอ่าน ผลุบๆโผล่ๆอยู่วงนี้ก่อนถ้าอ่านไม่ได้ก็ไม่ให้ผ่านก็จะ พยายามอ่านอีก ถ้าอ่านได้จึงจะเลื่อนออกรอบนอก





ส่วนที่2 อยู่ถัดออกไปเป็นชั้นที่เก็บสัญญาณข้อมูลต่างๆ เช่นหนังหรือเพลงมีส่วนที่ใหญ่กว่า






ส่วนที่3 อยู่ด้านนอกสุดเก็บข้อมูล LEAD OUT สัญญาณนี้ จะเป็นตัวบอกจุดสิ้นสุดของข้อมูลทั้งหมดที่อยู่ในแผ่น และจะเป็นตัวบอกให้หัวถอยกลับเข้าไปที่จุดเริ่มต้น คือด้านในอีกครั้ง






ความแตกต่างระหว่างแผ่น VCD กับแผ่น DVD
เนื่องจากแผ่น CD หรือ VCD มีการเก็บข้อมูลได้น้อยเกินไป จึงได้พัฒนาด้วยการบีบอัดข้อมูลภายในแผ่นให้สามารถเก็บข้อมูลได้มากกว่าแผ่น VCD ถึง 7-14 เท่า นับว่าเป็นวิวัฒนาการชิ้นใหม่ของเครื่องเล่นภาพและเสียงระบบดิจิตอล ที่มีการอ่านค่าด้วยลำแสงเลเซอร์ เรียกว่า แผ่น DVDวิธีการทำคือ 1.ทำให้ร่องแทรกของสัญญาณใกล้ชิดกันมากขึ้น2.ทำให้หลุมของสัญญาณเล็กลง จึงบรรจุได้มากกว่าแผ่น CD-VCD-DVD-MP3 รวมไปถึงแผ่นเกมส์และแผ่นโปรแกรมเครื่องคอมพิวเตอร์ ต่างๆดูจากภายนอกจะมีหน้าตาเหมือนกันทั้งหมด แต่ข้อมูลภายในต่างกันเมื่อแผ่น DVD ถูกบีบอัดสามารถบรรจุข้อมูลได้มากมายมหาศาลเช่นนี้ ยิ่งทำให้หลุมและแทรกของสัญญาณมีขนาดเล็กลงมาก หัว CD ที่อ่านได้จะต้องมีคุณภาพดีเกรดดีที่สุด และซอฟแวร์ข้อมูลที่เก็บไว้ในหน่วยความจำต่างๆของแผ่นบอร์ด จะต้องเปิดรับข้อมูลแบบนี้ได้

http://www.kingsolder.com/vcd/





การจัดสิ่งแวดล้อมเพื่อระบบสำนักงานอัตโนมัติ


คือ ส่วนหนึ่งขึ้นอยู่กับบรรยากาศในการทำงาน ช่วยประหยัดเวลา การมีระบบ การจัดเอกสารข้อมูลอย่างมีระเบียบ โดยเฉพาะกลุ่มผู้บริหารซึ่งคอยสั่งการให้ใช้ปัจจัยต่างๆ และมีประสิทธิภาพ ปัจจุบันต้องการความแม่นยำฉับพลันทันทีด้วยความต้องการที่จะดำรงอยู่ และก้าวเป็นผู้นำทางธุรกิจ ทุกคนพยายามใฝ่หาวิธีการจนกระทั่งได้พบระบบสำนักงานอัตโนมัติ ( Office Automation หรือที่เราเรียกว่า OA )นักบริหารจึงใช้ OA เป็นประโยชน์เพื่อที่จะใช้ในการแก้ไขปัญหาอื่นๆ เช่น สร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์เทคโนโลยี หรือระบบงานใหม่ๆ ความสำเร็จของการสร้างสำนักงานอัตโนมัติ หรือ OA ทำให้งานสะดวกขึ้น ดัวนั้นเมื่อที่จะนำระบบ OA เข้ามาใช้ในสำนักงานจะต้องจัดเตรียมสิ่งต่างๆ ดังนั้นปัจจัยที่ต้องคำนึงถึง คือ


1. ระบบงานที่จะนำมาใช้ว่าเป็นระบบชนิดใด2. จำนวนผู้ปฏิบัติงานลักษณะทำงานของแต่ละคน3. การเลือกและกำหนดพื้นที่ว่ามีขนาดเท่าใด4. การเลือกเฟอร์นิเจอร์ อาจใช้แบบสำเร็จก็ได้